Report Conclusion

The travel industry is changing rapidly, influenced by advances in technology, shifts in economic and political power, as well as changes in culture and climate.

Many of the advances in technology have been instigated by players outside of the travel industry who have identified a better way of doing things. Brands offering new products that have changed the way people plan, book and carry out travel.

Identifying winners in the continually shifting field of emerging technology is never easy. Development is never linear or predictable, and for every iPhone global success story, there is a Betamax video failure.

But this doesn’t mean that they won’t happen or that we should be complacent because we question a particular version of a technology.

Concepts such as Airbnb aren’t new ideas in themselves. People everywhere have been sub-letting rooms or villas on social media networks and bulletin boards for years. But it was an idea that happened when the technological changes that made it work were right.

More importantly, it happened at a time when consumers themselves were already familiar with the notion of crowdsourcing ideas, peer reviewing the brands they liked, and using price comparison sites to shop for the best deal.

And so what will become familiar to consumers in the future?

Aircraft cabins zoned to suit your moods, activities and needs, rather than your income and status? Hotel stays where your room with a view is of fish and corals and even the wallpaper is personalised?Or it could be a Digital Travel Buddy embedded in your watch, mobile or Google Glass-style headset.

All are possible, many probable.

To be reminded that Facebook was only launched in 2004, is to be reminded of just how quickly technology changes our habits, the way we see the world and engage with it, and how much can change in a ten year period.

Indeed if the last twenty years was about social media networks, the next twenty will be about Big Friendly Data (BFD): about brands accessing our online profiles and using our data trails to anticipate our needs, travel plans and hospitality desires.

In the future, most of our social media networks will take this approach: rather than pushing data to us, they will use our ‘Big Data’ to determine everything from the hotel room we will like to the kind of drinks we would like to find in our mini bar.

Our research and expert interviews for this report make it clear that the trends and technology of 2024 and beyond will make the travel experience intuitive and easy, bringing the world even closer to TOM.

However, in the short term it is still important to understand that those trends we are still embracing and learning to manage and profit from – the crowd-sourced holiday, the peer-reviewed stay, the price comparison site – will continue to grow until they too become the standard default model that defines the shape and texture of the industry.

In terms of travel itself, as we have seen, consumers are seeking the experiential, the extreme, the risk-friendly and, when you look at the growing appetite for space travel on the one hand, and the lure of undersea worlds on the other, the imaginative and bold.

The hotel of the future will encompass magical, personalised, technology-filled spaces where we really can surround ourselves with the data, imagery and content available on our mobiles or on our laptops. And rooms that can help us improve our health, or become more relaxed and de-stressed.

The object of this report is to take us forward a decade to the next wave of changes we are about to encounter: not just changes in how we travel, and where we travel, but in how we negotiate them.

Scroll Down

การเดินทางในทศวรรษที่ 2020

ในการทำความเข้าใจการเดินทางในทศวรรษที่ 2020 ของเรานั้น จำเป็นที่จะต้องตระหนักและพิจารณาถึงเทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคมที่จะแปลงโฉมใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในอีก10 ปีข้างหน้า

บางทีปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบในวงกว้างมากที่สุดในการทำงานคือการเติบโตของเทคโนโลยีไปสู่จุดอิ่มตัวในด้านดิจิตอล ในปีค.ศ. 2014 โลกเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะไม่เป็นเรื่องที่แปลกใหม่และน่าแปลกใจอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราทุกคน

ศูนย์สารสนเทศ China Internet Network Information Center รายงานว่า ในประเทศจีน ประชากร 464 ล้านคนหรือคิดเป็น 34.5% จากจำนวนประชากรทั้งหมดสามารถที่จะเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านเครื่องโทรศัพท์ที่เป็นแบบสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับ wireless ได้ นอกจากนี้ตามรายงานของสถาบันบรุกกิ้งส์ (Brookings Institution) ชนชั้นกลางในทวีปเอเชียซึ่งคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นสามเท่าหรือ 1.7 พันล้านคนในปีค.ศ. 2020 จะมีอำนาจในการใช้จ่ายที่จะก่อให้เกิดกระแสทางพฤติกรรมและทัศนคติใหม่ในการขับเคลื่อนโลกไปยังเทคโนโลยีดิจิตอล

โดยในปีค.ศ. 2024 การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือจะไม่สำคัญและโดดเด่นอีกต่อไปเปรียบเหมือนแสงไฟและเครื่องทำความร้อนในวันนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีจะเข้ามาอยู่ในชีวิตของนักเดินทางทุกวันทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ทั้งนี้ ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (Cisco Systems) รายงานว่า ภายในปีค.ศ. 2020 จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ประมาณ 5 หมื่นล้านเครื่อง

พร้อมกันนี้ ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น เอเชีย อเมริกาใต้และแอฟริกา จะมีการความต้องการการท่องเที่ยวอย่างมาก เนื่องมาจากผู้บริโภคจะมีกำลังการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ตามรายงานของ Boston Consulting Group ในปีค.ศ.2030 ทวีปเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจใหญ่และเจริญเติบโตมากที่สุดของโลกจะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือมีมูลค่ามากถึง 67 ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ มากกว่าการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทวีปยุโรปและทวีปอเมริการวมกัน

การเดินทางนับล้านจากประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจได้นำไปสู่ยุคแห่งการเคลื่อนไหวไปทั่วโลกพร้อมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก ดังนั้นความต้องการในการเดินทางและประสบการณ์จึงขยายตัวอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า

สภาโลกการท่องเที่ยว (The World Travel & Tourism Council) คาดการณ์ว่า การเดินทางทั่วโลกในปีค.ศ. 2013 จะเติบโตขึ้น 3.2% แซงหน้าการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทั่วโลกซึ่งจะเติบโตที่ 2.4% ช่องว่างจะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นในประเทศที่เกิดขึ้นใหม่ในปีค.ศ.2012 ขณะที่ประเทศจีนและแอฟริกาใต้แจ้งว่า การเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวรายปีโตขึ้นที่ 7% และอินโดนีเซียรายงานว่าโตขึ้น 6%

การเงินที่คล่องตัวของประเทศกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็นสิ่งกระตุ้นการสั่นคลอนทางเศรษฐกิจที่จะสร้างทัศนคติของนักเดินทางใน Pruned Markets หรือตลาดที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ชะลอตัวลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจากภาระหนี้ก่อนวิกฤติและมาตรการรัดเข็มขัด

จากรายงาน IPK International’s Global Travel Trends ฉบับปีค.ศ. 2012-2013 รายงานว่า “จำนวนที่เพิ่มขึ้นของบรรดาประเทศที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ ทำให้วิกฤตหนี้ยังหาทางออกไม่ได้และจะทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อพฤติกรรมการเดินทางที่เรียกว่า “การเดินทางขาลง” ในยุโรปตะวันตก แม้แต่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นก็ไม่ยกเว้น”

ปัจจัยสุดท้ายที่จะช่วยกำหนดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในทศวรรษที่ 2020 คือ สังคม ซึ่งปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์นั้นยังต้องรอการคาดการณ์กันต่อไป เนื่องจากอัตราการเกิดและการตายของประชากรในปัจจุบันนั้นไม่อยู่ในอัตราที่สามารถคาดการณ์ได้

จากรายงานของสหประชาชาติ (UN) ศตวรรษที่ผ่านมา เราได้เห็นการลดลงของอัตราการตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมนุษย์มีอายุขัยของโลกโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 47 ในค.ศ.1950-1955 เป็น 69 ในค.ศ.2005-2010

ในปีค.ศ.1950 จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจะมากกว่าผู้ใหญ่อายุมากกว่า 60 ปีถึงสองเท่า และภายในปี ค.ศ. 2050 กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะมีอายุมากกว่ากลุ่มเด็กในอัตรา 2:1

ดังนั้นในปีค.ศ.2024 นักเดินทางของเราจะเดินทางท่องโลก โดยนักเดินทางจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีความต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการถ่วงดุลกับการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังจากนักท่องเที่ยวในตลาด Pruned Markets ในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังฟื้นตัว

และนักเดินทางจะใช้เทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดทุกแง่มุมของการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาการจอง การเปลี่ยนพาหนะการเดินทาง และการบิน อย่างแนบเนียนโดยที่เขาไม่รู้ตัว



รายงาน Skyscanner ฉบับนี้เป็นผลงานของทีมงานที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งประกอบไปด้วย บรรณาธิการ นักวิจัย และผู้สร้างเครือข่ายแห่งอนาคตรวม 56 คน ในเมืองนานาชาติหลัก เพื่อสร้างภาพโดยละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาแบบพลิกโฉมในอีก 10 ปีข้างหน้า รวมทั้งปลายทางการท่องเที่ยวอันน่าตื่นเต้นใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดลักษณะของธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกในปีค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2567)


เราได้ศึกษาเทคโนโลยีและพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยความรู้ความชำนาญของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งได้แก่ นักอนาคตศาสตร์ แดเนียล เบอร์รัส ผู้แต่ง Technotrends: วิธีใช้เทคโนโลยีในการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่ แข่งขัน (How to Use Technology to Go Beyond Your Competition) และนักอนาคตศาสตร์ด้านการเดินทางท่องเที่ยว ดอกเตอร์เอียน โยแมน

เรายังพิจารณาจากบทเรียนพื้นฐานซึ่งได้รับจากนักกลยุทธ์ดิจิตอล ดัลจิต สิงห์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านวิสัยทัศน์ของ Microsoft ประจำสหราชอาณาจักร เดฟ โคปลิน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ของ Google Creative Lab สตีฟ วรานาคิส เควิน วอร์วิค ศาสตราจารย์ด้านไซเบอร์เนติก ณ Reading University และมาร์ติน เรย์มอนด์ ผู้ก่อตั้งร่วมของ The Future Laboratory และผู้ประพันธ์ CreATE The Tomorrow People และ The Trend Forecaster’s Handbook

นอกจากนี้ Skyscanner ยังได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญท่านต่างๆ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนี้ อาทิเช่น มาร์กาเร็ต ไรซ์-โจนส์ ประธาน กาเร็ธ วิลเลียมส์ CEO และผู้ก่อตั้งร่วม อลิสแตร์ ฮานน์ CTO ฟิลิป ฟิลิโปฟ หัวหน้าฝ่าย B2B นิค กุปตา ผู้อำนวยการโรงแรม และดั๊ก แคมป์เบลล์ ผู้จัดการด้านการตลาดผลิตภัณฑ์

ในขณะเดียวกัน เราได้ใช้เครือข่ายออนไลน์ของ The Future Laboratory, LSN Global เพื่อสนับสนุนการวิจัย รวมถึงค้นพบชุดรายงานประจำปีของ The Future Laboratory ซึ่งเป็นรายงานของ Futures ในด้านการเดินทาง เทคโนโลยี อาหาร และสถานบริการ



เสนอการท่องเที่ยวในอนาคตปีค.ศ.2024 - ส่วนที่ 2 PDF (2.5Mb)



สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานนี้ โปรดติดต่อ:

แมรี่ พอร์เตอร์ (Mary Porter)

0131 252 5353


+65 3157 6128

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Skyscanner ที่ :