Watch as digital travel agent

ส่วนที่ 1: การค้นพบดิจิตอล

การค้นหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวหรือด้านการเดินทาง การวางแผนและการจองในทศวรรษที่ 2020

Watch as digital travel agent

หนึ่งทศวรรษนับจากวันนี้ นักเดินทางทุกคนจะมีเทคโนโลยีดิจิตอลสำหรับคนรุ่นใหม่มากมายสำหรับวางแผน เตรียม และใช้ในการเดินทาง ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการค้นหาข้อมูล การวางแผนและการจองสำหรับการเดินทางในครั้งต่อๆ ไป กลายเป็นประสบการณ์ที่สะดวก รวดเร็ว ไร้ขีดจำกัด

กาเร็ธ วิลเลี่ยม (Gareth Williams) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Skyscanner และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า "ต่อไปการค้นหาข้อมูลการเดินทางและการจองสามารถทำได้ง่ายเหมือนๆ กับการสั่งซื้อหนังสือจากร้านอะเมซอน (Amazon)”

ในส่วนแรกของรายงานชื่อ การเดินทางในสามลักษณะในอนาคตของ Skyscanner นี้ เราค้นพบและวิเคราะห์ความก้าวหน้าด้านต่างๆ ในเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นระบบสัมผัส มีลักษณะเสมือนจริง เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะและสามารถสวมใส่พกพาได้ และเป็นเว็บไซต์ลักษณะเสมือนจริงที่สามารถสัมผัสได้ ซึ่งสะดวกและเป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูลตอบสนองที่เป็นการตอบสนองแบบสัมผัสได้ และมีเครื่องช่วยค้นหาในลักษณะของการสื่อความหมาย ซึ่งนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญของบริษัทคาดการณ์ว่าจะเป็นการปฏิวัติลักษณะในการเดินทางภายในปีค.ศ. 2024

Watch as digital travel agent

เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล

ตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมา เมื่อ TOM (traveler of the millennium) หรือนักเดินทางยุคมิลเลเนียมต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการค้นหาข้อมูลผ่านทางออนไลน์ โดยการกดแป้นคีย์บอร์ดเพื่อที่จะทำการเปรียบเทียบข้อมูลตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ที่พัก และราคาค่าเช่ารถยนต์ และการจัดเรียงลำดับที่หลากหลายแตกต่างกัน ในเว็บไซต์ต่างๆ

ขอบเขตหรือแนวการเปรียบเทียบข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ จะช่วยบรรเทาความเครียดในการวางแผนการเดินทางและการจองห้องพักได้ แต่ภายในปีค.ศ. 2024 นักเดินทางจะมีเพื่อนใหม่ที่จะช่วยตัดปัญหาเรื่องความยุ่งยากของการค้นหาข้อมูลการเดินทางและการจอง ซึ่งเพื่อนใหม่ดังกล่าวนี้คือ เพื่อนคู่หูในการเดินทางในรูปแบบดิจิตอล

ในวารสาร Global Futurist แดเนียล เบอร์รัส (Daniel Burrus) ผู้เขียนบทความ Technotrends ใช้เทคโนโลยีอย่างไร เพื่อให้ก้าวไปไกลกว่าคู่แข่งของคุณ (How to Use Technology to Go Beyond Your Competition) ได้อธิบายรายละเอียดไว้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับลักษณะของเพื่อนคู่หูที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งนักเดินทางของเราจะสามารถเป็นเจ้าของได้ตามที่ต้องการ

"ในทศวรรษที่ 2020 พวกเราแต่ละคนจะมีตัวแทนที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถเดินทางไปได้ทุกๆ ที่พร้อมกับตัวเรา ซึ่งจะมีการติดตั้งไว้ภายในนาฬิกาหรือภายในชิ้นส่วนเล็กๆ ของเครื่องประดับ” เขากล่าว

"โดยจะเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะเชิงประดิษฐ์หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ถือว่ามีความจำเป็น สามารถเชื่อมต่อได้กับเครือข่ายเว็บไซต์และรับรู้และเข้าใจได้อย่างเหนือชั้นเกี่ยวกับความชื่นชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล”

"อุปกรณ์ชนิดนี้จะมีข้อมูลหน้าตา ข้อมูลเสียง และบุคลิกลักษณะของดาราหรือดาราตลกที่เราชื่นชอบ และสามารถทำให้ปรากฏเป็นภาพในลักษณะ ภาพโฮโลแกรม 3 มิติได้ หรือสามารถที่จะปรากฏขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบเสมือนจริงได้ โดยการสั่งการด้วยคำพูดหรือเสียงของเรา”

"อุปกรณ์นี้จะสามารถจดจำลักษณะประสบการณ์ทั้งหมดในการเดินทางของเราได้ รวมทั้งสามารถทำการวางแผนกำหนดการเดินทางโดยอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับความชื่นชอบและสิ่งที่ไม่ได้ชื่นชอบของเรา และทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้นำเที่ยวและสามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบต่างๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่เราได้ รวมถึงรู้ได้ว่าเรามีความสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวใดบ้าง”

"บริษัทนำเที่ยวหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะสามารถใช้ข้อมูลจากตัวแทนที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และนำมาส่งเสริมการขายในด้านการท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะการจัดการส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล หรือวันหยุดพักผ่อนต่างๆ ลูกค้าจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมและสามารถติดต่อกับบริษัทการท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างสะดวกและตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ในลักษณะที่เป็นแบบปัจจุบัน รวมถึงสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี”

Tom being presented with a slection of activities

เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่เป็นแบบดิจิตอล 
จะมีต้นกำเนิดมาจากเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอยู่ใน
ปัจจุบันนี้ โปรแกรม Desti เป็นแอพที่ช่วย
ในการเดินทางซึ่งสามารถสนทนาโต้ตอบกับ
ผู้ใช้งานได้ จากสถาบัน SRI International
สถาบันวิจัยที่ได้ทำการพัฒนาระบบ Siri systemของ Apple ทั้งนี้โปรแกรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับการผลิตออกมาใหม่ 
สามารถช่วยบอกเส้นทางต่างๆ โดยติดตั้งไว้ในเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถพกพาและสามารถเรียนรู้จากการสื่อสารโต้ตอบกับเราได้้

แอพสามารถที่จะทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับความคิดเห็นและข้อมูลรายละเอียดที่เป็นแบบออนไลน์เกี่ยวกับการเดินทาง โดยอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาและข้อมูลความชื่นชอบที่ผ่านๆ มาของผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น ผู้เดินทางหรือนักเดินทางที่เพิ่งจะเริ่มมีครอบครัวสามารถใช้โปรแกรมประยุกต์ในการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกเกี่ยวกับโรงแรมที่พักในสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ที่เหมาะสมและให้ความสะดวกสบาย

ในขณะเดียวกันแบรนด์ต่างๆ ในด้านเทคโนโลยีกำลังทำการพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือที่สามารถสื่อสารโต้ตอบได้ ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่เป็นเสมือนเพื่อนซี้มากกว่าที่จะเป็นเพียงอุปกรณ์เครื่องมือเพียงอย่างเดียวเช่น ระบบอัจฉริยะเชิงประดิษฐ์หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสื่อสารโต้ตอบได้ของบริษัทซัมซุง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ระบบดังกล่าวสามารถที่จะติดตามและรับรู้ไลฟ์สไตล์ รวมทั้งข้อมูลความต้องการด้านสุขภาพของผู้ใช้งานได้ โดยการเชื่อมต่อกับข้อมูลองค์ความรู้ที่สะสมเก็บรวบรวมไว้โดยเครื่องโทรศัพท์ที่เป็นแบบสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถในการตรวจจับข้อมูลต่างๆ ได้ ซึ่งมีจำนวน 1.5 แสนล้านชิ้น รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่มีความสามารถสูงอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นภายในปี ค.ศ.2020 นี้ ตามที่ ลัค จูเลีย(Luc Julia) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโครงการได้กล่าวไว้

โทรศัพท์มือถือเคลื่อนที่สามารถพูดคุยกับเราได้ เข้าใจคำตอบที่เราพูด และเข้าใจได้แม้กระทั่งลักษณะการแสดงออกทางหน้าตาท่าทางของเรายังอยู่ในระหว่างการพัฒนา บริษัทไมโครซอฟท์มีระบบเครื่องมือที่ชื่อว่า Cortana เป็นผู้ช่วยส่วนบุคคลที่สามารถทำงานได้โดยการใช้เสียง ซึ่งจะสามารถทำงานได้โดยการสื่อสารด้วยเสียงของมนุษย์เพื่อโต้ตอบอีเมล์และค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้

Tom interacting with his Digital Travel Buddy

สตีฟ บอลเมอร์ (Steve Ballmer) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทไมโครซอฟท์ กล่าวว่า "ระบบเครื่องนี้จะจดจำลักษณะบุคลิกหรือพฤติกรรมส่วนบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง โดยอาศัยหน่วยความจำอัจฉริยะขั้นสูงที่มีอยู่ระบบเครือข่ายกลุ่มของเราซึ่งสามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้คนและโลกได้มากขึ้นเรื่อยๆ”

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องมือนี้สามารถทำงานโดยการสแกนซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในค้นหาข้อมูลของเราโดยผ่านทางออนไลน์ และทำการอ้างอิงถึงการค้นหาข้อมูลการเดินทาง โรงแรมที่พัก อาหาร และวันหยุดพักผ่อนของเรา เครื่องมือดังกล่าวทำงานโดยใช้ตรรกะการคำนวณเชิงพยากรณ์ (predictive algorithms) เพื่อให้ข้อมูลข้อเสนอแนะที่สอดคล้องกับความต้องการตามช่วงราคาที่เราต้องการ ไม่ว่าเราจะชื่นชอบการเดินทางแบบบินไปกลับหรือแบบเที่ยวพักผ่อนที่มีเรื่องตื่นเต้นระทึกใจเรื่อยๆ

มาร์ติน เรย์มอนด์ (Martin Raymond) ผู้ร่วมก่อตั้ง The Future Laboratory ได้กล่าวว่า “เราคุ้นเคยกับการใช้อะเมซอน (Amazon) และกูเกิ้ล (Google) เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในเร็วๆ นี้ จะได้มีการนำซอฟท์แวร์ที่ช่วยในการคาดการณ์ข้อมูลเพื่อรวบรวมรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ในการเดินทาง เปรียบเสมือนกับตัวแทนนำเที่ยวที่เป็นแบบดิจิตอลที่มีความล้ำสมัยที่สุดของเรา”

“จากข้อมูลส่วนบุคคลที่เราได้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวของเราในเครือข่ายสังคมออนไลน์เช่น Facebook, Twitter, Mixi, Sina Weibo, Cyworld, Kaixin001, Orkut, Vine และ Instagram ซอฟท์แวร์นี้จะมอบข้อมูลที่เจาะลึก ปรับเปลี่ยนเฉพาะรายบุคคลและมีรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับการเดินทางตั้งแต่อาหารท้องถิ่นถึงรายละเอียดสถานที่ท้องเที่ยวประจำท้องถิ่นซึ่งคุณอาจจะพบบุคคลที่มีความชอบเดียวกันตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่มและการเข้าสังคม”

ความก้าวหน้าในด้านการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล สามารถที่พบเห็นได้ทั่วไป แบรนด์ i-Free ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ สัญชาติรัสเซีย (Russia) ได้ออกแบบระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ ที่สามารถประมวลผลคำถามของผู้ฟังและสามารถให้คำตอบที่เหมาะสมเป็นเสียงออกมาได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์ของระบบดังกล่าวที่ชื่อว่า แฟรงค์ (Frank) สามารถที่จะทำการสนทนาเป็นขั้นเป็นตอนและมีความหมายที่สื่อให้เข้าใจได้

กล้องถ่ายรูปแบบ 3 มิติของบริษัทอินเทล (Intel) ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องมือในการเดินทางในทศวรรษที่ 2020 ที่สามารถรับรู้และสื่อสารโต้ตอบกับอารมณ์ต่างๆ ของมนุษย์ กล้องดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถทำการวัดและรับรู้อารมณ์ของผู้ใช้ได้โดยการแสดงออกทางด้านใบหน้าและท่าทางของผู้ใช้ และสามารถเข้าใจและตอบสนองต่อคำสั่งที่เป็นเสียงพูดได้ด้วย

หน่วยงานด้านปัญญาประดิษฐ์ของ Facebook ที่ได้มีการเปิดตัวในเดือนตุลาคม ปีค.ศ.2013 เป็นหน่วยงานที่ทำงานด้านการค้นคว้าและการสร้างระบบอัจฉริยะที่รับรู้ด้วยเสียง มาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก (Mark Zuckerberg)ซีอีโอ (CEO) ของ Facebook กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของระบบนี้เพื่อที่จะใช้วิธีการใหม่สำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่จะสามารถช่วยประมวลผลข้อมูลที่คนส่วนมากแบ่งปันให้สมเหตุสมผลมากขึ้น ท้ายที่สุดเราจะสามารถที่จะสร้างข้อมูลเจาะลึกใหม่ๆ เพื่อจะช่วยในการตอบคำถามต่างๆ ของผู้คนได้”

"ไม่ช้าก็เร็ว ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสร้างบริการต่างๆ ที่สะดวกและรวดเร็วขึ้นและสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้มากกว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน” มาร์ค (Mark) กล่าว

ด้วยเหตุที่ระบบซอฟท์แวร์ดังกล่าวใช้สำหรับการพูดคุย การเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ เพื่อที่จะทำการสร้าง "จิตใจ” ของเพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลของนักเดินทางของเราในช่วงต้นทศวรรษที่ 2020 ดังนั้น แนวทางของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ถูกทำให้เล็กลงซึ่งสามารถเชื่อมต่อร่วมกันได้จะทำหน้าที่เป็นเสมือนร่างกายที่สามารถสวมใส่ได้

ในรุ่นแรกๆ ของเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจจากตลาดในปัจจุบัน ยอดขายทั้งปีของเทคโนโลยีที่สามารถสวมใส่ได้นี้ อย่างเช่น นาฬิกาข้อมือที่ทำหน้าที่เป็นสมาร์ทโฟนได้ รวมถึงนาฬิกา สมาร์ทวอท์ชของโซนี่ (Sony Smartwatch) และซัมซุงแกแลกซี่เกียร์ (Samsung Galaxy Gear) จะมียอดขายสูงถึง 485 ล้านเครื่องภายในปีค.ศ.2018 ตามข้อมูลการวิจัยตลาดของบริษัทด้านการวิจัยตลาด ABI Research

Google จะส่งมอบแว่น Google Glass ซึ่งเป็นแว่นตาอัจฉริยะที่สามารถถ่ายรูปได้ด้วยจำนวน 6.6 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี ค.ศ.2016 ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ตามข้อมูลการวิจัยของIMS Research

แต่ในทศวรรษที่ 2020 อุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้ต่างๆ จะเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กลงอีกมาก ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น และมีสมรรถนะความสามารถที่เพิ่มมากขึ้น การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ช่วยทำให้เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลสามารถเกิดขึ้นจริงได้ในทางปฏิบัติ

Tom cycling

ภายในปีค.ศ.2017 เราจะได้ใช้อุปกรณ์ที่สามารถติดตั้งไว้ตามตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เสริมความสามารถโดยใช้ไมโครชิพ ที่มีขนาดความยาวเพียงเจ็ดนาโนเมตร และมีความกว้างเพียง 15 – 20 อะตอม ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนลักษณะการดำเนินชีวิตของเราในหลายๆ ด้าน จากคำกล่าวของ เรนี่ เจมส์ (Renée James) ประธานบริษัทอินเทล (Intel)

เรย์มอนด์ (Raymond) กล่าวว่า “การทำให้ขนาดของอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ เล็กลงเป็นการเปิดกว้างมากขึ้นเนื่องจากเราได้ผสมผสานเทคโนโลยีที่สามารถสวมใส่ได้กับเทคโนโลยีที่ไม่สามารถมองเห็นได้เข้าด้วยกันพ่อแม่สามารถใช้อุปกรณ์ติดตามดูแลลูกๆ ของตนได้เมื่อพวกเขากำลังเดินทางไปกับพ่อแม่ อุปกรณ์ดังกล่าวจะบอกคุณว่า ลูกๆ อยู่ในตำแหน่งไหนของทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นชิพที่สามารถฝังไว้ในเสื้อผ้าได้ หรือแม้กระทั่งใส่เข้าไปใต้ผิวหนัง นอกจากนั้น ความเป็นไปได้ของการใช้กล้องในลักษณะเดียวกับจอประสาทตา ซึ่งเป็นกล้องที่มีขนาดเล็กมาก ที่คุณสามารถติดตั้งมันได้บนแว่นตาของคุณ ซึ่งจะไม่เหมือนกับ Google Glassที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน คุณจะไม่เพียงแต่สามารถติดตามดูแลลูกๆ ของได้เท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะเห็นถึงวันหยุดพักผ่อนของพวกเขา หรือสถานที่ที่พวกเขาอยู่ ได้จากมุมมองของพวกเขา”

“ในเมืองใหญ่เช่น เมลเบิร์น (Melbourne) การท่องเที่ยวจากมุมมองของคนอื่น ได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวและผู้นำเที่ยวจะมีการสวมหมวกที่ได้รับการติดตั้งกล้องถ่ายรูปไว้ในขณะผู้ที่นั่งอยู่บนรถเข็นที่บ้าน สามารถแนะนำบอกสถานที่ที่พวกเขาควรจะเดินไปหรือเคลื่อนรถเข็นไป”

มีการรายงานว่า นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นถัดไปกำลังได้รับการจัดทำโดยบริษัท Apple มีชื่อว่า iWatch ซึ่งจะมีการแสดงภาพให้เห็นเป็นแบบโฮโลกราฟิก 3มิติ การเข้าเว็บไซต์ ภาพถนนหนทาง ภูมิทัศน์ในระดับชั้นต่างๆ การเดินทางในลักษณะสามมิติในพื้นที่ต่างๆ หรือเส้นทางที่เร็วที่สุดโดยผ่านทางสนามบิน โดยใช้แค่เพียงปลายนิ้วของเรา

Contact lens

แนวโน้มการทำอุปกรณ์เครื่องมือที่สามารถพกพาได้ให้มีขนาดเล็กลงจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น วงจรขนาดจิ๋วที่สามารถโค้งงอได้พัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยี Swiss Federal Institute of Technology มีขนาดความหนา 1/60 ส่วนของความหนาของเส้นผมมนุษย์และสามารถที่จะฝังไว้ในคอนแทคเลนส์ได้ จะนำออกจำหน่ายในตลาดผู้บริโภคภายในสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้สามารถที่จะเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นและสะดวกที่จะพกพาไปได้ง่ายซึ่งอาจเรียกว่า เทคโนโลยีที่สามารถสวมใส่หรือเทคโนโลยีที่ติดตัวไปได้ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านได้นิยามว่ามันคือ เทคโนโลยีที่เป็นเสมือนเพื่อนคู่หูของเรา

Contact lens

อัลสแตร์ ฮันน์ (Alistair Hann) ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี ของบริษัท Skyscanner ได้คาดการณ์ว่า การเกิดขึ้นของเพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแนวทางที่นักเดินทางใช้วางแผนการเดินทางและการจองห้องพักหรือการจองตั๋วเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ของนักเดินทางด้วย

เขากล่าวว่า "คุณลองคิดถึงการที่คุณอุปกรณ์ที่สามารถทำการแปลภาษาได้ไปพร้อมๆ กัน ในกรณีที่พนักงานขับรถแท็กซี่กำลังพูดกับคุณเป็นภาษาจีน”

"หรืออุปกรณ์ดังกล่าวสามารถที่จะแปลเมนูอาหารจากภาษารัสเซียไปเป็นภาษาอังกฤษได้ภายในไม่กี่วินาที ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีเหล่านี้มีอย่างไม่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นในความวิตกกังวลในการเดินทางก็จะไม่มีอีก”

การคาดการณ์ที่สำคัญมักจะได้รับการพูดถึงเมื่อเทคโนโลยีใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเดิมมีวันที่จะเปิดตัวและก้าวสู่อนาคตเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ดอกเตอร์เอียน โยแมน (Dr Ian Yeoman) นักวิชาการด้านการศึกษาอนาคตของการเดินทาง และรองศาสตราจารย์ด้านอนาคตของการท่องเที่ยว ที่มหาวิทยาลัยวิกตอเรีย (Victoria University of Wellington) มีความเชื่อมั่นว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งสามารถสวมใส่ติดตัวไปได้ดังกล่าวจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสหลักในสังคมภายในระยะเวลาก่อนสิ้นทศวรรษนี้

เขากล่าวว่า "การพัฒนาด้านเทคโนโลยี อย่างเช่น แว่นตา Google Glass จะเป็นกระแสหลักของสังคมภายใน 18 เดือน และภายในห้าปี ทุกสิ่งที่ Google Glass สามารถทำได้ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาไปสู่ในระดับของคอนแทคเลนส์”

Fish
Tom sitting by the lake

แนวคิดเสมือนจริงกลายมาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง

เพียงแค่ชุดคำสั่งง่ายๆ ทำให้นักเดินทางค.ศ.2024 ของเราเข้าสู่การค้นพบการเดินทางจากเตียงนอน โดยที่ใช้เสียงบอกกับอุปกรณ์นี้ว่า “ผมอยากจะเดินทางไปพักผ่อนจังเลย”เขาพูดพึมพำ แล้วให้เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลจะทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวแทนเขาเอง

อุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสวมใส่ติดตัวไปได้ของเขาสามารถที่จะเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์รุ่นใหม่ของเว็บไซต์ที่ชื่อว่า "ลองก่อนที่คุณจะซื้อ” ดำเนินการโดยบริษัทที่ให้บริการด้านการเดินทางท่องเที่ยว โดยจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตัวอย่างสินค้าหรือบริการที่นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวสามารถเห็น ได้ยินได้ฟังเสียง และแม้กระทั่งรู้สึกสัมผัสได้ถึงภูมิทัศน์ในสถานที่นั้นๆ ซึ่งจะมีความหลากหลายในด้านประสบการณ์ในการเดินทางที่แตกต่างกันไป

ความรู้สึกคาดหวังและความตื่นเต้นเร้าใจจะสามารถสัมผัสได้โดยระบบภาพแบบ 3 มิติ และสามารถท่องไปในสถานที่ต่างๆ เช่น ชายหาดของประเทศคอสตาริก้า (Costa Rica) พื้นที่ที่มีหิมะปกคลุมในเขตเทือกเขาแอนดีส (Andes) หรือการดำน้ำใน เขตแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Barrier Reef)

Monkey
Views of the jungle experienced through a virtual reality device

แดเนียล เบอร์รัส (Daniel Burrus) นักอนาคตวิทยาด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า "ความเสมือนจริงจะไม่แทนที่การเดินทางที่แท้จริง เหมือนอย่างที่มีในภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์”

"การเดินทางแบบใหม่จะคล้ายกับโชว์รูปแบบใหม่ ที่จะมอบการสัมผัสและรูปภาพเหลือเชื่อในแบบ 3 มิติเกี่ยวกับข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้นักเดินทางต้องการที่จะเดินทางเพื่อไปสัมผัสกับประสบการณ์จริง”

ในปีค.ศ.2014 เทคโนโลยีที่จะช่วยให้ภาพในอนาคตสามารถเป็นจริงได้เริ่มที่จะถูกประดิษฐ์ขึ้น เครื่องมือการเชื่อมประสานแบบ CGI ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทด้านเทคโนโลยี 3RD Planet ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเดินท่องไปตามถนนของเมืองใดเมืองหนึ่งได้เหมือนจริงอย่างน่าประหลาดใจ

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา (University of North Carolina) ได้ทำการประดิษฐ์ระบบสันทนาการเสมือนจริงของภาพเหตุการณ์ของกลุ่มคนที่รายล้อมอยู่นอกมหาวิหารเซนต์พอล ในกรุงลอนดอนในปีค.ศ.1622 ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถที่จะเปลี่ยนจุดชมได้ตามที่ต้องการ

อุปกรณ์ Oculus Rift VR headset ที่ผลิตออกมาใหม่ซึ่งมาจาก US start-up Oculus VR ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นก่อนของอุปกรณ์ข้อมูลเสมือนจริง ทำให้นักเดินทางสามารถใช้งานได้ที่บ้านได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางสามารถสัมผัสข้อมูลและภาพเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนได้ในรูปแบบของภาพ 3 มิติ

อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับแว่นตากันลมสำหรับเล่นสกี ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สวมกับศีรษะและผสานกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและตัวเซนเซอร์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ที่จะสามารถให้ประสบการณ์ข้อมูลแก่เราได้ คล้ายกับการดูภาพยนตร์ทาง จอ IMAX screen ในกรณีที่จำเป็น ภาพต่างๆ จะมีการฉายไปบนจอเรติน่า ซึ่งเหมือนกับการฉายภาพจากเครื่องโปรเจคเตอร์ไปที่จอภาพ

ชุดอุปกรณ์ที่ให้ภาพเสมือนจริงซึ่งสวมกับศีรษะได้อีกแบบหนึ่ง ซึ่งได้รับการออกแบบโดยทีมงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนา (Vienna University of Technology) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเดินท่องไปพื้นที่ส่วนใดๆ ได้อย่างไม่มีสิ้นสุด ในขณะที่จริงแล้ว ตัวเองอาจกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเล็กๆ ในปัจจุบันนักวิจัยต่างๆ ได้เพิ่มเทคโนโลยีด้านการรับสัมผัสอย่างใกล้ชิดและสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยซึ่งสามารถช่วยให้บุคคลมากกว่าหนึ่งคนสามารถที่จะค้นหาหรือสร้างประสบการณ์ในสถานที่เดียวกันได้ในเวลาพร้อมๆ กันโดยที่ไม่เกิดการชนกันหรือไม่ขัดกันในการใช้งาน ตามที่นิตยสาร New Scientist magazine รายงานไว้

ความก้าวหน้าอื่นๆ จะมีการเพิ่มเข้ามาในส่วนของการรับรู้สัมผัสเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เป็นเสมือนจริง ซึ่งเป็นการรับรู้จากการสัมผัสโดยผ่านทางเทคโนโลยีด้านการสัมผัส

บริษัทดิสนีย์สร้างการเชื่อมประสานแบบใหม่ ที่เรียกว่า REVEL ให้ข้อมูลการสัมผัสส่งกลับผ่านทางการสั่นไหวจากวัตถุเสมือนจริงที่เป็นแบบ 3 มิติ ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรู้สึกรับรู้ได้เช่น รู้สึกรับรู้ได้เกี่ยวกับปล่องภูเขาไฟบนดวงจันทร์ หนามของต้นกระบองเพชรหรือรูปพรรณสัณฐานของวัตถุที่มีความเปราะบางได้ ในปัจจุบันสถานีโทรทัศน์ NHKของประเทศญี่ปุ่นกำลังสร้างต้นแบบของระบบที่ช่วยให้ผู้ชมรายการสามารถ “รู้สึกสัมผัส” พื้นผิวและเนื้อองค์ประกอบของวัตถุต่างๆ ที่ดูในโทรทัศน์ได้ซึ่งรวมถึงวัตถุต่างๆ เช่น ทราย ทะเล และใบไม้ ในขณะที่หน่วยงานปฏิบัติการค้นคว้าวิจัยของญี่ปุ่นชื่อ Tachi Lab มาซาชิ นากาตานิ (Masashi Nakatani) กำลังประดิษฐ์ชุดอุปกรณ์ the haptic TECHTILE toolkit ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนเสียงที่ได้รับให้สามารถรับรู้ได้ถึงการสัมผัสเนื้อองค์ประกอบและพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ที่คุณสามารถรับรู้สัมผัสได้

มาร์ติน เรย์มอนด์ (Martin Raymond) หน่วยงานวิจัยและค้นคว้า Future Laboratory กล่าวว่า "ภาพที่เห็นจะสามารถรับรู้สึกได้เช่น ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่องบนมือคุณด้วยการใช้ซอฟท์แวร์ อาทิเช่น TECHTILE จะแปลงคลื่นเสียงไปเป็นความรู้สึกที่ได้จากการสัมผัส คุณจะสามารถรับรู้เสียงจากวงมโหรีในเกาะบาหลี หรือสามารถสัมผัสถึงการโบกสะบัดของธงสวดมนต์ในธิเบต (Tibet) หรือในภูฏาน (Bhutan) ได้”

ภายในปีค.ศ.2020 เทคนิคแบบสัมผัสจากการสั่นไหว (vibration-based haptictechniques) ที่จะช่วยให้ผู้ซื้อหาสินค้าสามารถรู้สึกรับรู้ได้ถึงเนื้อผ้าว่าเป็นผ้าขนสัตว์ผ้าไหม หรือผ้าฝ้าย ซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อดูได้จากเครื่องแท็บเล็ต จากคำกล่าวของโรบิน ชวาซ์ล (Robyn Schwartz) ซึ่งเป็นรองกรรมการของ IBM Research Retail Analytics ภายในทศวรรษหน้า นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวจะสามารถใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันนี้ เพื่อที่จะสามารถรับรู้สึกได้ถึงพื้นทรายที่ปลายเท้าได้สัมผัสกับชายหาดซึ่งเป็นชายหาดที่อยู่ไกลหลายพันไมล์

TOM taking a virtual reality tour at home

นิก คุปตะ (Nik Gupta) ผู้อำนวยการด้านโรงแรมที่พักของ Skyscanner กล่าวว่า "ในระยะเวลา 10 ปี นักเดินทางจะสามารถเดินท่องไปในสถานที่เสมือนจริง เช่นในโรงแรมที่เขากำลังวางแผนจะทำการจองห้องพักในวันหยุดของพวกเขา”

TOM taking a virtual reality tour at home

"เขาสามารถมองเห็นเจ้าหน้าที่กำลังทำการจัดเตรียมห้องพัก เห็นเจ้าหน้าที่ของโรงแรมกำลังดำเนินการและเห็นพ่อครัว กำลังทำการปรุงอาหารที่เขาชื่นชอบ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียวสำหรับการสร้างเสริมความมั่นใจและความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างนักเดินทางกับเจ้าของสินค้าหรือบริการ”

การท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง อันน่าตื่นเต้นและผ่อนคลายของ TOM นี้ โดยผ่านทางมุมมองช่องทางของการเดินทางที่แตกต่างกัน จะช่วยให้นักเดินทางสามารถที่จะทำการปรับหรือเลือกหาข้อมูลได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น ซึ่งนักเดินทางรู้อยู่แล้วว่าตนเองชอบที่จะออกจากเมืองเพื่อท่องเที่ยวแบบเดินป่า หรือต้องการที่จะเดินทางไปสัมผัสกับทัศนียภาพแห่งความงดงามของชายทะเลในแถบชนบท โดยอุปกรณ์เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลจะเริ่มทำการค้นหาข้อมูลอย่างละเอียด และท้ายที่สุดวางแผนการเดินทางและทำการจองตั๋วเดินทางหรือจองห้องพักในจุดหมายปลายทางที่เลือกแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วย ผู้ที่อยู่ในวงการด้านเทคโนโลยี อย่างเช่น เบทซี่ บิลฮอร์น (Betsy Bilhorn) รองประธานด้านการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ Scribe Software แย้งว่า โปรแกรมนี้จะก่อให้เกิดปริมาณข้อมูลที่มากเกินไปและอาจสับสนกับข้อมูลที่มากเกินความจำเป็น มากกว่าที่จะทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของความต้องการของลูกค้า

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วย ผู้ที่อยู่ในวงการด้านเทคโนโลยี อย่างเช่น เบทซี่ บิลฮอร์น (Betsy Bilhorn) รองประธานด้านการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ Scribe Software แย้งว่า โปรแกรมนี้จะก่อให้เกิดปริมาณข้อมูลที่มากเกินไปและอาจสับสนกับข้อมูลที่มากเกินความจำเป็น มากกว่าที่จะทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของความต้องการของลูกค้า

TOM planning his holiday with semantic search tools

การค้นหาข้อมูลด้วยการสื่อความหมาย

ขั้นตอนต่อไปของ TOM ในการดำเนินการก็คือการจัดให้มีเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลที่สามารถค้นหาข้อมูลด้วยการสื่อความหมายและเสมือนการใช้สัญชาตญาณในการค้นหาข้อมูลซึ่งจะถูกนำมาใช้ในแบบออนไลน์โดยบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำต่างๆ ในทศวรรษหน้า

การเชื่อมต่อกับผู้เดินทางโดยผ่านทางเพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งจะสื่อสารการอ้างอิงข้อมูลความชอบส่วนตัวตั้งแต่รายการอาหารเช้าที่ชื่นชอบ รูปแบบการออกกำลังกาย และการนับรอยชั้นของฝ้ายที่อยู่ในที่นอนของเขา โดยนักเดินทางจะใช้ท่าทางและเสียงพูดในการสั่งการให้อุปกรณ์ดังกล่าวทำงาน ในขณะที่อุปกรณ์ดังกล่าวก็ทำการวิเคราะห์ข้อมูล รูปแบบของการท่องเที่ยวพักผ่อนในฝันที่วางไว้้

นับเป็นประสบการณ์การซื้อสินค้าหรือบริการจากที่เดียวได้ครบทั้งหมด ด้วยทุกด้านของการค้นหาข้อมูลการเดินทาง การพิจารณาตัดสินใจ และการจอง ขณะที่สตีเฟ่น รัสท์ (Stefan Rust ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Exicon กล่าวว่า "ในอนาคตอันใกล้นี้มีความเป็นไปได้ว่าแอพสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีอยู่จะสามารถให้บริการต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีการรวมข้อมูลด้านสายการบิน ทางอากาศยาน โรงแรม และระบบการขนส่งทางบกซึ่งจะช่วยเป็นเครื่องมือช่วยสร้างประสบการณ์และให้ข้อมูลความรู้ได้ในทุกด้านที่ต้องการ”

"ก่อนที่ท่านจะเดินทางโดยเครื่องบิน เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้คุณสามารถค้นหาข้อมูล ทำการจองตั๋วเครื่องบินตามเที่ยวบินที่คุณจะเดินทางและจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางต่างๆ ที่สนามบิน เทคโนโลยีดังกล่าวจะแนะนำคุณไปยังอาคารผู้โดยสาร แจ้งให้คุณทราบว่าต้องไปทำการเช็คอินบริเวณใด ช่วยติดตามกระเป๋าเดินทางของท่าน แนะนำให้ข้อมูลในเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราและช่วยคุณในการวางแผนการลงเครื่องและการเข้าสู่สนามบิน การจองห้องพักและการเช่ารถยนต์ พร้อมทั้งให้ข้อมูลจำเป็นต้องใช้เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่จุดหมายปลายทางหรือสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ”

แบรนด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายออนไลน์และเทคโนโลยี กำลังทำการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ในการค้นหาข้อมูลในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ผู้ใช้คาดหวังว่า ความชื่นชอบและตัวกรองในการสืบค้นหาข้อมูลที่มีก่อนหน้านี้จะได้รับการจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัย แม้ว่าจะยอมให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงเครือข่ายทางสังคมของพวกเขาได้ รวมทั้งสามารถเข้าถึงประวัติการค้นหา แม้กระทั่งข้อมูลอีเมล์ได้อย่างรวดเร็วสะดวกเพื่อที่พวกเขาสามารถจะทำการพัฒนาแผนภูมิแสดงข้อมูลเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องกับความต้องการ รวมถึงความชื่นชอบและพฤติกรรมในอนาคตที่อาจเป็นได้

TOM planning his holiday with semantic search tools

มาร์กาเร็ต ไรซ์ โจนส์ (Margaret Rice-Jones) ประธานกรรมการบริษัท Skyscanner เชื่อว่า เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้บริษัทนำเที่ยวสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ของบุคคลได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งคำแนะนำจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในเครือข่ายทางสังคมดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำเสนอบริการด้านการท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้องตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ในอนาคต

“ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นการผสมผสานกันมากยิ่งขึ้นระหว่างพื้นที่ด้านการท่องเที่ยวและพื้นที่ด้านสื่อทางสังคม” มาร์กาเร็ต (Margaret) กล่าวภายในปีค.ศ. 2024 แนวคิดวิธีการดังกล่าวนี้ จะได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ซอฟท์แวร์ที่สามารถอ่านสีหน้าท่าทางที่แสดงออกทางใบหน้า หรือสามารถที่จะสร้างลักษณะเฉพาะตัวด้านดิจิตอลของความชื่นชอบส่วนตัวของผู้ใช้งานได้

บริษัท Tech company Affectiva กำลังสร้างระบบที่อาศัยการแสดงออกลักษณะใบหน้า ซึ่งจะช่วยให้ซอฟท์แวร์สืบค้นหาข้อมูลสามารถอ่านสีหน้าท่าทางการแสดงทางใบหน้าของมนุษย์ได้ และซอฟท์แวร์จะตัดสินผลการค้นหาข้อมูลที่ซอฟท์แวร์ค้นหานั้น ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความชื่นชอบหรือเกิดความผิดหวังหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีซอฟท์แวร์ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลตัวใหม่ที่เรียกว่า Nara ซึ่งจะอาศัยแนวคิดด้านระบบประสาทวิทยาในการเลียนแบบและทำความเข้าใจรูปแบบความคิดของสมองมนุษย์ ซึ่งจะช่วยให้โปรแกรมหรือซอฟท์แวร์สามารถสร้าง “ดิจิตอล ดีเอ็นเอ” หรือลักษณะเฉพาะตัวของความชอบและไม่ชอบของผู้ใช้งานได้้

ซอฟท์แวร์ Graph Search ของ Facebook สามารถตอบคำถามที่เป็นภาษาพูด และยังสามารถช่วยบอกกรณีใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้อง นอกจากนี้สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลในสื่อสังคมระหว่างเพื่อนกับเพื่อนได้

ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องมือเหล่านี้จะสามารถดึงข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าจำนวนมหาศาลได้อย่างอัตโนมัติโดยสามารถทำการคัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลการค้นหาข้อมูลการเดินทางนั้นจะสอดคล้องตรงกับความต้องการและความประสงค์ของผู้ใช้งาน

กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศอมาดิอุสรายงานว่า "โปรแกรม Big Data มีกำลังความสามารถในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือการเดินทางได้ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในการเริ่มต้นที่สำคัญมากนับตั้งแต่มีระบบการจองแบบออนไลน์”

TOM selecting from personalised travel packages

อย่างไรก็ตาม มาร์ติน เรย์มอนด์ (Martin Raymond) แห่ง The Future Laboratory ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า "ด้วยการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การที่เราจะพัฒนาเทคโนโลยีด้านใดก็ตาม เป็นเพราะอิทธิพลจากลูกค้านั่นเอง”

“ในการวิจัยของเราที่ดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่เป็นคนรุ่นไอ (Generation I หรือ Generation Interactive) ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในช่วงก่อนที่จะเป็นวัยรุ่น และกับบุคคลที่เป็นพี่ชายพี่สาวหรือน้องชายน้องสาวที่เราเรียกว่าเป็นกลุ่มบุคคลรุ่นดี (Generation D หรือ Digital) จากผลการวิจัยเราพบว่า มีบุคคลในกลุ่มดังกล่าวจำนวนไม่มากที่รู้สึกกลัวต่อการเข้ามาของ Big Friendly Data ตามที่เราได้ขนานนามไว้ ในขณะที่มีจำนวนบุคคลในกลุ่มดังกล่าวจำนวนมากยินดีกับการเข้ามาของข้อมูลดังกล่าว ถ้าหากว่ามันจะช่วยทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากยิ่งขึ้น โดยสามารถสื่อสารได้อย่างไม่สะดุดและไร้รอยต่อ กับผู้คนในโลกที่อยู่รายรอบตัวพวกเขา”

ภายในปีค.ศ. 2024 TOM จะรู้สึกว่าการใช้งานซอฟท์แวร์ที่ใช้ค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่สนทนากับเขาจะสามารถวัดปฏิบัติกิริยาโต้ตอบของเขา รวมทั้งอารมณ์ตามที่พวกเขาค้นหาเพื่อที่จะคาดการณ์ความต้องการด้านการเดินทางของเขาจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ดอกเตอร์เอียน โยแมน (Dr Ian Yeoman) ในฐานะที่เป็นนักอนาคตวิทยาด้านการเดินทางได้กล่าวว่า "เด็กๆ จะรู้สึกได้ว่าเป็นเรื่องปกติในการสนทนากับอุปกรณ์กลไกที่สามารถเข้าใจพวกเขาได้โดยที่ไม่ต้องทำการกดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด หรือเอามือไปสัมผัสจอภาพ”

"ความสามารถในการจดจำและรับรู้เกี่ยวกับเสียงจากตัวแทนอัจฉริยะ ซึ่งสามารถใช้ภาษาปกติในการสื่อสารกันได้และการเรียนรู้จากประสบการณ์ได้กลายเป็นกระแสหลักมากยิ่งขึ้น”

ภายในไม่กี่นาทีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสวมติดตัวไปได้ของ TOM จะจัดหาข้อเสนอด้านการท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดายโดยผ่านการค้นข้อมูลที่มีความสะดวก เมื่อเขาได้ทำการเลือกสถานที่ที่จะเดินทางไป เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ของเขาจะทำการจองที่พักหรือจองตั๋วเดินทางให้ และทำการจ่ายชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยการประสานกับระบบซอฟท์แวร์อัจฉริยะของบริษัทการท่องเที่ยว

สิ่งที่กล่าวถึงเป็นการค้นหาข้อมูลการเดินทางในปีค.ศ.2024 ซึ่งมีการให้ข้อมูลตัวอย่างของการเดินทาง ข้อมูลการวิจัยและข้อมูลการจองโดยเป็นไปราบรื่น ไม่เกิดการสะดุด ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องออกไปจากบ้านเลย

นับเป็นโลกที่ดูสมบูรณ์แบบต่อนักเดินทางของเรา มาร์ติน เรย์มอนด์ (Martin Raymond) ได้สรุปว่า “นักเดินทางและผู้ใช้ในปัจจุบันยังไม่เชื่อใจในระบบออนไลน์ซึ่งต้องการระดับของความเข้าใจด้านความคิดและความรู้สึกของพวกเขาในเชิงลึก”

"แต่วัยรุ่นและคนที่อายุน้อยกว่า 10 ปี รู้สึกงุนงงว่า ทำไมผู้คนจึงมีความวิตกกังวลอย่างมาก โดยพวกเขาคาดหวังว่าเทคโนโลยีจะทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยให้แนวทางหรือข้อมูลในการแก้ไขปัญหาตามที่พวกเขามีความจำเป็น โดยที่ไม่ต้องมีการร้องขอโดยตรง”

Tom at the airport

บทสรุป

ประสบการณ์ในการวางแผนและการจอง TOM จะเป็นไปอย่างราบรื่น แทบไม่น่าเชื่อ มีการประสานเชื่อมต่อทำให้เกิดความสะดวก ราบรื่นและเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า

อุปกรณ์เพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งเป็นอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสวมติดตัวไปได้นั้นมีเทคโนโลยีเกี่ยวกับการควบคุมท่าทางและเสียงที่มีความทันสมัย สามารถทำการคัดกรอง วินิจฉัยข้อมูลได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ทำให้ได้รับข้อมูลด้านการเดินทางที่เป็นไปตามความต้องการที่ตนเองได้คาดฝันไว้

การค้นหาข้อมูลด้านการเดินทางหรือการท่องเที่ยวจะได้รับการขยายให้กว้างขวางออกไปโดยเว็บไซต์ของบริษัทด้านการนำเที่ยวต่างๆ ได้นำเครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกสัมผัสได้แบบเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยให้นักเดินทางของเราสามารถมองเห็น ได้ยินและรู้สึกได้ถึงจุดหมายปลายทางที่จะไปหรือสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ได้จากที่บ้านของเขาเอง

การจองสามารถทำได้สะดวกรวดเร็ว ปราศจากความวิตกกังวล และเป็นประสบการณ์จากบริการที่เดียวได้ครบทั้งหมด ซึ่งดำเนินการได้โดยผ่านทางเว็บไซต์ที่มีการสื่อความหมาย ซึ่งสามารถรับรู้สิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่ชอบของลูกค้าได้จากการกระทำหรือพฤติกรรมทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และจากการสนทนาอยู่ทุกวัน

ส่วนที่ 2: บันทึกการเดินทาง
Scroll Down

การเดินทางในทศวรรษที่ 2020

ในการทำความเข้าใจการเดินทางในทศวรรษที่ 2020 ของเรานั้น จำเป็นที่จะต้องตระหนักและพิจารณาถึงเทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคมที่จะแปลงโฉมใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในอีก10 ปีข้างหน้า

บางทีปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบในวงกว้างมากที่สุดในการทำงานคือการเติบโตของเทคโนโลยีไปสู่จุดอิ่มตัวในด้านดิจิตอล ในปีค.ศ. 2014 โลกเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะไม่เป็นเรื่องที่แปลกใหม่และน่าแปลกใจอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราทุกคน

ศูนย์สารสนเทศ China Internet Network Information Center รายงานว่า ในประเทศจีน ประชากร 464 ล้านคนหรือคิดเป็น 34.5% จากจำนวนประชากรทั้งหมดสามารถที่จะเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านเครื่องโทรศัพท์ที่เป็นแบบสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับ wireless ได้ นอกจากนี้ตามรายงานของสถาบันบรุกกิ้งส์ (Brookings Institution) ชนชั้นกลางในทวีปเอเชียซึ่งคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นสามเท่าหรือ 1.7 พันล้านคนในปีค.ศ. 2020 จะมีอำนาจในการใช้จ่ายที่จะก่อให้เกิดกระแสทางพฤติกรรมและทัศนคติใหม่ในการขับเคลื่อนโลกไปยังเทคโนโลยีดิจิตอล

โดยในปีค.ศ. 2024 การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือจะไม่สำคัญและโดดเด่นอีกต่อไปเปรียบเหมือนแสงไฟและเครื่องทำความร้อนในวันนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีจะเข้ามาอยู่ในชีวิตของนักเดินทางทุกวันทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ทั้งนี้ ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (Cisco Systems) รายงานว่า ภายในปีค.ศ. 2020 จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ประมาณ 5 หมื่นล้านเครื่อง

พร้อมกันนี้ ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น เอเชีย อเมริกาใต้และแอฟริกา จะมีการความต้องการการท่องเที่ยวอย่างมาก เนื่องมาจากผู้บริโภคจะมีกำลังการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ตามรายงานของ Boston Consulting Group ในปีค.ศ.2030 ทวีปเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจใหญ่และเจริญเติบโตมากที่สุดของโลกจะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือมีมูลค่ามากถึง 67 ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ มากกว่าการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทวีปยุโรปและทวีปอเมริการวมกัน

การเดินทางนับล้านจากประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจได้นำไปสู่ยุคแห่งการเคลื่อนไหวไปทั่วโลกพร้อมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก ดังนั้นความต้องการในการเดินทางและประสบการณ์จึงขยายตัวอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า

สภาโลกการท่องเที่ยว (The World Travel & Tourism Council) คาดการณ์ว่า การเดินทางทั่วโลกในปีค.ศ. 2013 จะเติบโตขึ้น 3.2% แซงหน้าการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทั่วโลกซึ่งจะเติบโตที่ 2.4% ช่องว่างจะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นในประเทศที่เกิดขึ้นใหม่ในปีค.ศ.2012 ขณะที่ประเทศจีนและแอฟริกาใต้แจ้งว่า การเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวรายปีโตขึ้นที่ 7% และอินโดนีเซียรายงานว่าโตขึ้น 6%

การเงินที่คล่องตัวของประเทศกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็นสิ่งกระตุ้นการสั่นคลอนทางเศรษฐกิจที่จะสร้างทัศนคติของนักเดินทางใน Pruned Markets หรือตลาดที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ชะลอตัวลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจากภาระหนี้ก่อนวิกฤติและมาตรการรัดเข็มขัด

จากรายงาน IPK International’s Global Travel Trends ฉบับปีค.ศ. 2012-2013 รายงานว่า “จำนวนที่เพิ่มขึ้นของบรรดาประเทศที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ ทำให้วิกฤตหนี้ยังหาทางออกไม่ได้และจะทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อพฤติกรรมการเดินทางที่เรียกว่า “การเดินทางขาลง” ในยุโรปตะวันตก แม้แต่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นก็ไม่ยกเว้น”

ปัจจัยสุดท้ายที่จะช่วยกำหนดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในทศวรรษที่ 2020 คือ สังคม ซึ่งปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์นั้นยังต้องรอการคาดการณ์กันต่อไป เนื่องจากอัตราการเกิดและการตายของประชากรในปัจจุบันนั้นไม่อยู่ในอัตราที่สามารถคาดการณ์ได้

จากรายงานของสหประชาชาติ (UN) ศตวรรษที่ผ่านมา เราได้เห็นการลดลงของอัตราการตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมนุษย์มีอายุขัยของโลกโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 47 ในค.ศ.1950-1955 เป็น 69 ในค.ศ.2005-2010

ในปีค.ศ.1950 จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจะมากกว่าผู้ใหญ่อายุมากกว่า 60 ปีถึงสองเท่า และภายในปี ค.ศ. 2050 กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะมีอายุมากกว่ากลุ่มเด็กในอัตรา 2:1

ดังนั้นในปีค.ศ.2024 นักเดินทางของเราจะเดินทางท่องโลก โดยนักเดินทางจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีความต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการถ่วงดุลกับการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังจากนักท่องเที่ยวในตลาด Pruned Markets ในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังฟื้นตัว

และนักเดินทางจะใช้เทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดทุกแง่มุมของการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาการจอง การเปลี่ยนพาหนะการเดินทาง และการบิน อย่างแนบเนียนโดยที่เขาไม่รู้ตัว




บทความที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบวิธีวิจัย

รายงาน Skyscanner ฉบับนี้เป็นผลงานของทีมงานที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งประกอบไปด้วย บรรณาธิการ นักวิจัย และผู้สร้างเครือข่ายแห่งอนาคตรวม 56 คน ในเมืองนานาชาติหลัก เพื่อสร้างภาพโดยละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาแบบพลิกโฉมในอีก 10 ปีข้างหน้า รวมทั้งปลายทางการท่องเที่ยวอันน่าตื่นเต้นใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดลักษณะของธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกในปีค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2567)

ผู้เชี่ยวชาญ

เราได้ศึกษาเทคโนโลยีและพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยความรู้ความชำนาญของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งได้แก่ นักอนาคตศาสตร์ แดเนียล เบอร์รัส ผู้แต่ง Technotrends: วิธีใช้เทคโนโลยีในการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่ แข่งขัน (How to Use Technology to Go Beyond Your Competition) และนักอนาคตศาสตร์ด้านการเดินทางท่องเที่ยว ดอกเตอร์เอียน โยแมน

เรายังพิจารณาจากบทเรียนพื้นฐานซึ่งได้รับจากนักกลยุทธ์ดิจิตอล ดัลจิต สิงห์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านวิสัยทัศน์ของ Microsoft ประจำสหราชอาณาจักร เดฟ โคปลิน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ของ Google Creative Lab สตีฟ วรานาคิส เควิน วอร์วิค ศาสตราจารย์ด้านไซเบอร์เนติก ณ Reading University และมาร์ติน เรย์มอนด์ ผู้ก่อตั้งร่วมของ The Future Laboratory และผู้ประพันธ์ CreATE The Tomorrow People และ The Trend Forecaster’s Handbook

นอกจากนี้ Skyscanner ยังได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญท่านต่างๆ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนี้ อาทิเช่น มาร์กาเร็ต ไรซ์-โจนส์ ประธาน กาเร็ธ วิลเลียมส์ CEO และผู้ก่อตั้งร่วม อลิสแตร์ ฮานน์ CTO ฟิลิป ฟิลิโปฟ หัวหน้าฝ่าย B2B นิค กุปตา ผู้อำนวยการโรงแรม และดั๊ก แคมป์เบลล์ ผู้จัดการด้านการตลาดผลิตภัณฑ์

ในขณะเดียวกัน เราได้ใช้เครือข่ายออนไลน์ของ The Future Laboratory, LSN Global เพื่อสนับสนุนการวิจัย รวมถึงค้นพบชุดรายงานประจำปีของ The Future Laboratory ซึ่งเป็นรายงานของ Futures ในด้านการเดินทาง เทคโนโลยี อาหาร และสถานบริการ




บทความที่เกี่ยวข้อง

ทรัพยากร


เสนอการท่องเที่ยวในอนาคตปีค.ศ.2024 - ส่วนที่ 2 PDF (2.5Mb)













บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเรา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานนี้ โปรดติดต่อ:

แมรี่ พอร์เตอร์ (Mary Porter)

mary.porter@skyscanner.net

0131 252 5353


or

marketing@skyscanner.co.th

+65 3157 6128

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Skyscanner ที่ : www.skyscanner.co.th

พบกับเราได้ที่:




บทความที่เกี่ยวข้อง